เจ้าหนูเป็นคนธาตุอ่อนคะ ไวต่อสารพิษและแบคทีเรียทุกชนิดที่ตกสู่กระเพาะอาหาร
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง...อาหารรสจัด - - - ไม่จำเป็นหรือไม่อยากจริงๆ ก็ห่างๆ กันไว้ก็ดี
ด้วยสภาพกระเพาะอาหารที่บอบบางเช่นนี้...ชีวิตเจ้าหนูส่วนใหญ่จึงวนเวียนอยู่ที่อาหารต่างชาติ และ "ไม่เผ็ด"ถ้าอาหารนอกบ้าน แต่ก่อนก็จะเลือกทานเป็นขนมปัง เบเกอรี่ไปเลยค่ะ ข้าวปลาอาหารถ้าไม่นั่งตามร้านอาหาร ภัตตาคารก็จะไม่ค่อยรับประทาน
ฟังดูดัดจริตนะคะ...แต่ถ้าใครมีปัญหากับอาหารการกินอย่างเจ้าหนูคงเจ้าใจว่าทำไมเรื่องมากนักกับเรื่องเลือกที่กิน
แต่ช่วงหลังๆ เริ่มเลือกน้อยลงค่ะ ด้วยเพราะหน้าที่การงาน ที่อยู่ในสภาพเรื่องมาก แบบ "คุณนาย" ไม่ได้ (ฉายาอันน่าปลาบปลื้มที่เพื่อนๆ เรียกขานในสมัยเรียน) อาศัยกินอ่อนๆ ไม่เผ็ด และพกยาติดตัว พร้อมป้องกันและแก้ไขทันที
ปกติ...เจ้าหนูจะฝากท้องประจำตามร้านรวงต่างๆ บนห้างสรรพสินค้า พวกฟาสต์ฟู้ดส์ทั้งหลาย อย่างที่รู้จักกันดี ทุกร้านทุกยี่ห้อ เจ้าหนูก็วนเวียนใช้บริการซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ครั้งนี้ก็เช่นเดิม...เจ้าหนู คุณแม่ และคุณน้องก็นัดแนะปาร์ตี้มื้อเที่ยงที่ร้านพิซซ่า
เราก็กินโน่น นี่ นั่น ตามปกติเหมือนเดิมๆ
แต่วันนี้ เจ้าหนูเกิดอยากลองของใหม่ค่ะ
"เมนูออร์เดิร์ฟ อาหารทะเล" เจ้าหนูชอบอาหารทะเลเป็นชีวิตจิตใจ...เอาซะหน่อยละกันน่าาาาา
กินไปอย่างเอร็ดอร่อย...ไม่มีสิ่งปกติค่ะ
จนกระทั่งกลับบ้าน...เจ้าหนูเกิดปวดท้องอย่างผิดปกติ
...เอ่อ...ปวดท้องรุนแรง เข้าออกห้องน้ำหลายรอบ อะไรต่อมิอะไรที่อยู่ในลำไส้...ไหลออกมาหมดเกลี้ยง จนหมดแรง แถมตัวร้อน
เป็นพิษ...จากพิซซ่าอย่างไม่ต้องสงสัย (เพราะของเมื่อวานออกไปหมดแล้ว :P)
แล้วก็ไม่ต้องนึกด้วยว่า จานไหนในร้านพิซซ่าทำพิษ เพราะออเดิร์ฟทะเลอะไรนั่น เจ้าหนูจัดการอยู่คนเดียว คุณแม่กะคุณน้องไม่แตะ...รอดชีวิตไป
ลำพังท้องร่วงก็ทรมานอยู่แล้ว แต่เวรกรรมซ้ำซ้อนกว่านั้นค่ะ
ยาฆ่าเชื้อที่ใช้บริการประจำอยู่ดันหมด (ปกติพกยาจัดการท้องเสีย ท้องอืด ท้องเฟ้อไว้ใกล้มือประจำอยู่) คุณน้องก็แนะนำว่า เอาอีโมเดียมไปพลางก่อน ซึ่งระงับท้องร่วงได้ชะงักนักแล เพราะจะไปช่วยดูดซึมน้ำออกจากลำไส้ใหญ่ให้เรา...แต่นั้นก็จะเป็นหนทางสุดท้ายที่เจ้าหนูเลือกใช้ค่ะ เพราะจะทำให้เกิดอาการท้องผูกตามมา
แต่คราวนี้กลับต้องยอมพึ่งยาระงับฉุกเฉินไปก่อน...ว่าแล้วเจ้าหนูก็คว้ายามาหนึ่งแผง...อะไรซักอย่าง เดี่ยมๆ นี่แหละ แผงก็หน้าตาเหมือนกันแป๊ะ ซัดเข้าไป 1 เม็ด แล้วนอนดูทีวีจนหลับไป อีกแวบก็ตื่นขึ้นมาด้วยความปวดท้อง...เลยเอาอีกเม็ดดีกว่า จะได้หายไวๆ
อีกสักชั่วโมงก็ต้องตื่นขึ้นมา พร้อมกับอาการปวดท้องอย่างแรง เข้าห้องน้ำหลายรอบเลยทีนี้...แถมหนักกว่าเดิม ยาที่กินไปนอกจากไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นแล้ว ยังทำให้แย่ลงอีก
เลยนึกสงสัยค่ะ...ว่ามีอะไรผิดปกติกับยาที่เรากินหรือเปล่า
หยิบยาแผงที่ถูกฉีกออกไป 2 เม็ดเมื่อบ่ายมาดู เอ...ไม่ใช่อีโมเดียม...แต่อะไรเดี่ยมๆ เนี่ย มีรูปกระเพาะอาหารพร้อมลูกศรชี้ลงเป็นสำคัญ...พลิกซ้ายพลิกขวาก็แน่ใจแล้วว่า...เจ้าหนูกินยาระบายเข้าไปค่ะ...จอร์จจจจจ
จากเบาเลยเป็นหนัก
ตอนนี้...(ตี 3 แล้ว) เจ้าหนูก็ยังวนเวียนเข้าออกห้องน้ำไม่เลิก พร้อมดื่มทั้งน้ำชาแก่ๆ แก้อาการ และน้ำเกลือแร่กันหมดแรง
มันทรมานจริงๆ ค่ะ
ที่สำคัญหิวมาก แต่กินอะไรเข้าไป ก็ตรงสู่ลำไส้ออกหมดในเวลาต่อมา...
อ่อ...ขอโทษนะคะ ถ้าไดอารีวันนี้ดูมีกลิ่นและนำไปสู่ภาพไม่พึงประสงค์เกือบทั้งเรื่อง...
แต่เรื่องกินเรืองใหญ่ค่ะ ส่วนตายน่ะเรื่องเล็ก ถ้ากินแล้วตายก็แล้วไป
แต่กินจนอิ่มแล้วจะตายไม่ตายแหล่นี่สิ...
ชนบทอันไกลโพ้น พื้นที่ทุรกันดารมีปัญหาทุพภิขภัย...วันๆ ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรยาไส้
ส่วนไอ้คนในเมืองอย่างพวกเราๆ ซึ่งมีของกินล้นหลาม...แต่ไม่รู้ว่าจะกินอย่างไรให้ปลอดภัย
บางทีเรามัวกังวลกับร้านอาหารข้างทาง หาบเร่ แผงลอยว่าจะไม่สะอาด มีมาตรการควบคุมความเหล่าแม่ค้าและแผงต่างๆ นานา หนำซ้ำเกือบทุกครั้งที่พวกเราตัดสินกินอาหารข้างทางก็จะดูแลตัวเอง และพิจารณามากมายเป็นพิเศษ รวมถึงติดตามอาการที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะความไม่มั่นใจว่าอาหารจะสะอาดจริงหรือไม่
ตรงกันข้ามกับร้านรวงหรูหรา บนห้าง ตามโรงแรม ทั้งที่เป็นเฟรนไชน์อ้างมาตรฐานไอเอสโอ เคยเฉลียวใจกันบ้างไหมว่า...ไอเอสโอ มาตรฐานความสะอาดอะไรพวกนี้ อาจจะได้มาประดับหน้าร้าน เพราะมีคุณสมบัติและมาตรฐานเฉพาะแค่วันที่ประเมินเท่านั้น
แต่ก่อนเจ้าหนูใช้บริการร้านสุกี้ชื่อดังเป็นประจำ...แต่พักหลังๆ เริ่มลดน้อย จนแทบจะไม่ค่อยได้เข้าแล้วค่ะ เพราะเริ่มสังเกตตัวเองได้ว่า เจ้าหนูดื่มน้ำเยอะมาก ยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมื้อสุกี้ คือกระหายน้ำอย่างเห็นได้ชัด เชื่อว่าเป็นอิทธิฤทธิ์ของโมโนโซเดียมกูลตาเมตที่ทางร้านอ้างว่าไม่ได้ใส่เลยซักนี๊ดดดดด (แต่กินแล้วก็รู้สึกได้) ตอนแรกก็เข้าใจว่าน่าจะเป็นบางสาขาเท่านั้น ซึ่งก็จริงค่ะ...บางสาขาใส่น้อย ออกฤทธิ์แค่อยากน้ำ บางสาขาใส่มากจนลิ้นปากชา (ไม่ใช่เพราะน้ำสุกี้ลวกปากแน่นอนค่ะ)
พักหลังๆ เจ้าหนูเลยรู้สึกว่า บางทีส้มตำข้างทางก็มีความเสี่ยงอันตรายพอๆ กับสุกี้บนห้าง...ช่วงหลังถ้าอยากกินผักก็ยอมเสี่ยงกับพาพายาสลัดมากกว่าค่ะ...คิดง่ายๆ ภัยที่มองเห็นเนี่ย อันตรายน้อยกว่าภัยที่มองไม่เห็นนะคะ
แต่ว่าทางที่ดี...ทั้งคุณน้องผู้หญิง คุณพี่ผู้ชายถ้ามีเวลา...แนะนำว่า
ทำกับข้าวกินเองดีกว่าค่ะ
จะสุกมาสุกน้อย ใส่สารเคมีอะไรบ้าง ก็แล้วแต่แพ้หรือชอบอะไร..เต็มที่ แถมช่วยๆ กันทำ สร้างสรรค์มิตรภาพในห้องครัว
อร่อยมาก อร่อยน้อยไม่สำคัญเลยค่ะ....
ถ้ากินแล้วไม่เกิดภาวะทุกขเวทนาจากทุพโภชาอย่างเจ้าหนูในวันนี้...ก็น่าจะพอแล้วมั้งคะ !!
edit @ 2005/07/31 16:20:22